Audax 1000 BRM อุทัยธานี – ขุนตาน

Audax 1000BRM อุทัยธานี ปั่นไป อุทยานถ้าขุนตาน ลำปาง ฤดูกาล 2019
ปั่นจักรยานทางไกล 1000 กิโลเมตร เริ่มจาก อุทัยธานี – นครสวรรค์ – ตาก – ลำปาง ขุนตาน – พิจิตร – อุทัยธานี ต้องจบในกรอบเวลา 75 ชม. 3วัน 3คืน 3ชม. เริ่ม 13 กรกฏาคม ถึง 16 กรกฏาคม 2562  มีเนินมีเขาระยะความชัน ไต่รวม 6,302 เมตร

สนามนี้เป็นสนามที่ต้องปั่นทางไกล 1000 กิโลเมตร ครั้งแรกในชีวิต และเป็น 1000BRM แรกของสนามเช่นกัน ใหม่กันทั้งคู่ ไม่เคยดูใจรู้ใจกันมาก่อนเลย ตัดสินใจไปลองดู 

สนามนี้จะปั่นกับบัดดี้ เขมชาติ ฉิมฉลอง เริ่มเตรียมความพร้อม ซ้อมและวางแผนการปั่น ก่อนลงสนามจริงประมาณหนึ่งเดือน ซ้อมกันพอสมควร เขาใหญ่ เขาเขียวไปกันบ่อยมากๆ แต่ก็ยังนึกเสียดายว่าไม่ได้ออกปั่นสนาม Audax เลย มันเหมือนขาดรสสัมผัส Audax ไปเลยเหมือนกันนะ


แผนครั้งนี้จริงๆอยากได้เพื่อนรวมเดินทางอีกซัก 2 คน ผลัดกันลากสั้นๆ ความเร็ว 25-28 ก็พอ คนละ 2 กม. คิดว่าจะช่วยผ่อนแรงได้เยอะ แต่สรุปสุดท้ายก็ 2 คนนี่แหละ

เช้าวัน 13 กรกฎาคม 2562 นักปั่นมาพร้อมหน้า เกือบ 280 ชีวิต สนามพันโลถือว่าเยอะมาก ถึงเวลาปล่อยตัว 7.00น. เริ่มทยอยกันออก ตามๆกันไป พอตั้งลำกันได้ ปั่นกันเร็วมาก เกาะกลุ่มใหญ่ๆไป ความเร็วไม่ต่ำกว่า 30+

ผมกับพี่เขมชาติ เจอกันบ้างหลุดไปบ้าง แต่เป้าหมายคือจุดพักแรก ปั้ม ปตท.กม.ที่ 60 ก่อนถึงปั้มราวๆ 10 กม.สายโทรศัพท์หล่น ต้องหยุดเก็บหลุดกลุ่มไป ลอยลำไปคนเดียวถึงปั้มพี่เขมรออยู่ เติมน้ำ พัก 10 นาทีออก


วันนี้ฟ้าใสสว่างจ้าเป็นพิเศษ ออกมาไม่นานก็เริ่มมีเนิน ไต่เนินกันแล้ว แดด เนิน และลมแรงพอได้ เส้นนี้เคยปั่นตอน 600 เขื่อนภูมิพล ปั่นมาเรื่อยๆ เป๋าหมาย CP1 กม.ที่ 116 ครัวเรือนไม้ ระหว่างทางที่ผ่านมาเห็นคนยางแตกกันเยอะเลย

คิดในใจเราต้องระวังพักนึงเท่านั้นโดนซะ ก่อนถึง Cpราว 15กม. ลวดทะลุกันหนามเข้ามาคาอยู่ที่แผ่นกันหนามเลย เสียเวลาไป 30นาที พี่เขมชาติถึง CP แระ โทรมาตาม บอกสั่งข้าวไว้คอยเลย เข้า CP รีบกินรีบออกไม่รีรอ พยายามคุมเวลา


ก่อนออกเอาน้ำราดตัว อากาศมันร้อนมาก ปั่นกันเรื่อยๆไม่เร็วความเร็ว 23-27 แต่ผมเองรู้สึกอ่อนแรง รู้สึกมาตั้งแต่เช้าแล้ว เหมือนฟิตไม่พอ ก็เลยบอกกับพี่เขมว่า ถ้าผมหลุดให้ไปก่อนเลย ไปรอ CP เลย ถ้าผิดเวลามากให้ไปก่อนไปเจอกันจุดนอนเลย เดี่ยวผมจะพยายามเร่งไปให้ทัน

17.33น. 13/7/62 ถึง CP2 ปั่นมาได้ 215 โลแล้ว เวลาถือว่าไม่น่าเกลียดนะ สำหรับสนามแบบนี้ แดดแรงลมแรง และ มีเนินตลอด พี่เขมชาติมาถึงก่อนพักนึงแล้ว เติมพลังตุนเสบียง อีก 30โลถึงจังหวัดตาก มีเนินก็น่าจะค่ำก่อนแน่ๆ

ออกมาเนินลูกโตๆนะเป็นเขาเล็กๆเเหละ  เส้นนี้ย้อนขากลับตอน 600เขื่อน มาใช้กรรมคืนที่เคยไหลลงเมื่อครั้ง 600 เขื่อนภูมิพล อิอิ ถึงตากแล้ว ในคิวอีสที่ทำการบ้านมา มี KFC โลตัสตาก 55++ แวะซิรอไร พี่เขมล่วงหน้าไปก่อนแล้ว น่าจะไปเจอกันจุดนอน

(คิวอีสต้องขอบคุณแอสโหน่ง แอสมิน ออเเด๊กฉันเหนื่อยเหลือเกิน ที่เคยโพสไว้ ได้เอามาทำการบ้านกันก่อน เป็นประโยชน์มากๆ ไม่งั้นมีอดเเน่ มันมีช่วงกลางคืนที่ทิ้งห่างกันร่วม 100กม.ต้องทำการบ้านเรื่องเสบียงดีๆ )


กินอิ่มเสร็จออกมา นักปั่นหลายๆท่านแวะเติมพลังกันแถวตลาดโต้รุ่งเยอะเลย เพราะเดี๋ยวออกไปมันจะไม่มีอะไรเลย ร้านชาวบ้านน่าจะปิดหมดแล้ว จากตรงนี้ระยะทาง 83กม. จนกว่าจะถึง CP จุดนอนวัดแม่พริกลุ่ม 

ไหลมาเรื่อยหันไปเห็นรถพี่เขมชาติจอดที่ 7/11 ผมเลยจอด รอทำไมไม่ไปจุดนอนเลย พี่เขมบอกรอไปพร้อมกันแหละ ผมไม่รู้ว่าจะมารอนี่ ไม่งั้นชวนกิน KFC แระ 55++ ป๊ะออกกัยเลย

 

เลี้ยวซ้ายไม่นานเลียบริมปิง ทางขึ้นไปหาเขื่อนภูมิพล เจอกับหมอโรสก็เลยอาศัยเกาะมาพักนึง ความเร็ว 28-30 ผมเจอร้านน้ำเลยแวะพักก่อน ไม่นานก็ออกเดินทางต่อ มาเจอกับหมอโรสยางแตก ก็เลยหยุดช่วยส่องไฟ พักขาไปด้วยเลย เปลี่ยนยางเสร็จก็ออกมาพร้อมกันจนถึงวัด แม่พริกลุ่ม

14/7/62 เวลา 00.23น. ถึงจุดนอนวัดแม่พริกลุ่ม กม.326 ช้าไปแล้ว ตามแผนต้องออกตี 2 แต่ขอปรับเวลาเป็นออกตี 3 มีผัดซีอิ้วเเจก กินเสร็จ อาบน้ำเปลี่ยนชุด ล้มตัวนอน 55++เป็นอย่างที่คาดไว้ นอนไม่หลับ เสียดายเวลา จุดนอนCP ไม่ว่าที่ไหนไม่เคยได้นอน สารพัดเสียงที่ลอยมาเข้าหู ก็เลยชวนพี่เขมชาติออก ไปกันเถอะ

เป้าหมายต่อไปอีก 26 กม. 7/11 แผนเดิมต้องตุนเสบียง 101 กม. เพราะวางแผนจะถึงจุดนอนวัดแม่พริก ไม่เกิน 4ทุ่ม ออกตี 2 ของจริงสายไปเยอะก็เลยลดเสบียงลง เดี๋ยวก็เช้าเเล้วของกินน่าจะมีตามร้านชาวบ้าน ออกจาก 7/11 จะต้องเก็บภาพเซลฟี่ 3 จุด ก่อนถึง CP ขุนตาน

14/7/62 เป็นอีกวันที่แสงแดดความร้อนไม่ปราณีกันเลย ลมก็ไม่ลดละ เนินก็ไม่รู้จักหมด เนินไม่พอมีภูเขามาเป็นระยะ เมื่อคืนไม่ได้นอนนะรู้ยัง เก็บภาพตามจุดที่ทางผู้จัดกำหนดครบ

หลายๆจุดน่าเดินเที่ยวอย่างเช่น พระธาตุลำปางหลวง ตั้งใจอยากเข้าไปเดินเที่ยวนะ แต่กลัวไม่ทันได้แต่ถ่ายภาพด้านหน้าประตูต้อง รีบไป มุ่งหน้าสู่ขุนตาน พระเอกของงานนี้ (หรือตัวร้ายกันเเน่) พักกินก๋วยเตี๋ยวที่ห้างฉัตร แล้วรีบดิ่งไปยังขุนตาน

ผ่านเนินเขาลูกเล็กลูกน้อย เจอลำธารน้ำน้อยๆ ลงแช่แป๊ปนึง (มันเป็นธรรมเนียมของผมอะครับ อิอิ) ก่อนที่จะเจอศึกหนักอยู่ข้างหน้า ที่สุดก็มาถึง เห็นลูกแรกดูไม่เท่าไรนะสิวสิว เราซ้อมเขาเขียวมา ไต่ขึ้นไต่ไปเรื่อยๆ พี่เขมขึ้นก่อนไปหยุดอยู่ตรงจุดพักรถ ผมตามมาติดๆ โอ้โห้มันขยักขึ้นอีก พอเถอะป๊ะจูง ไต่ขึ้นต่อไม่น่ารอดตะคริว

พร้อมใจกันจูง มี 4-5 คัน ไม่รู้ใครบ้าง55++ ถึงยอดก็ขึ้นจักรยานปั่นไปได้หน่อยเดียวเจอขึ้น 8% อีก พอไต่ไปได้ไม่ไกลมากก็ไหลลง ทีนี้เจออีก 8% มองขึ้นไปยาวมาก ข้างหน้ามีคนเข็นอยู่หลายคัน คิดในใจ 8% เองเข็นทำไม ก็ไต่ขึ้น

ทำไมชันจังหว่าความรู้สึก มันไม่ใช่นะ 8% พักนึงล้อหน้าลอย ล้อตายล้มซิคร๊าบบบ ตุ๊บ ไม่แรงมากไม่เจ็บแต่ชิพเตอร์เบี้ยวดัดคืนได้เช็คเกียร์เรียบร้อยดี ไปต่อได้


มันชันขึ้นเรื่อยๆเข็นยังเหนื่อย หัวใจเต้นแรงมาก ต้องพัก แล้วเข็นช้าๆ พยายามจะเร่งเพราะเวลาบีบเข้ามาด้วย กลัวไม่ทัน พอขึ้นถึงยอดมีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ ถามด้วยความอยากจะรู้ พี่ครับข้างหน้านี้มีชันอีกมั้ย

พี่เขาบอกว่า ที่ผ่านมาเป็นหลานนะ ข้างหน้ามีปู่มัน ห๊ะ แรงๆ ผ่านมานี่ผมจะตายแล้วนะ เหลืออีกกี่ลูกครับพี่ น่าจะ 3 ลูกนะ โอ้โห้ ต้องรีบแต่ก็ไม่รู้จะรีบยังไงได้ ว่าแล้วก็ไหลลงไป ลงก็ชันมากนะต้องระวังมากๆ

ไหลลงไม่นานก็เข็นขี้นอีก ลูกนี้ใหญ่ๆยาวๆ เหนื่อยมากๆ การเข็นหนีตายมันอึดอัดมาก เหนื่อยกายเหนื่อยใจจะไปให้เร็วกว่านี้ก็ไม่ได้ ถอดรองเท้าเข็นร้อนก็ร้อน ขึ้นลงขึ้นลงจนเจอปู่มันแระ เวลาบีบมากไม่รู้อีกไกลมั้ยกว่าจะถึง

ความเร็ว 3-4 เท่านั้น เข็นๆหยุดๆฮาทเรททะลุ เหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมง มันบีบหัวใจสุดสุด ณ.เวลานั้น


ที่สุดก็มาถึงจนได้ ต้องจดจำไปอีกนาน ขุนตาน กับความรู้สึกนี้ เข็นรถหนีตายขึ้นภูเขา เข้ามา 15.02น. เวลาปิด 15.28น. ไม่แปลกใจเลยทำไมนักปั่นสวนกลับลงไปน้อยมาก อยู่ที่นี่กันเต็มเลย ยอมถอดใจกันเพราะรู้ว่ากลับไปต้องเจอกับอะไร ซ้อมเขาเขียวขาไม่เคยเเตะพื้น มาขุนตานขาเเทบไม่เคยเเตะบันได 555++

ระหว่างที่นักปั่นนั่งรอ คุยกัน จะกลับยังไง รถไฟไปได้กี่คัน  เสียงเฮดังลั่น เมื่อสถานีประกาศจัดรถไฟ ขบวนพิเศษขึ้น เพื่อจะรับนักปั่นไปส่ง เป็นรถไฟขบวนประวัติศาสตร์กันเลยทีเดียว แต่เสียงประกาศไม่สามารถทำอะไรผม กับพี่เขมได้ ผมกับพี่เขมนัดกันออก 16.00น.พักกินข้าว ถ่ายรูปกับอุโมง ได้เวลาก็ออกเดินทาง

ระหว่างทางมีนักปั่นออกมาน้อย แต่ยังมีทยอยเข้าไปที่สถานีรถไฟขุนตานหลายคัน ขาออกไม่ลำบากเท่าขาเข้าไปเลย กลับทำเวลาได้ดีกว่า พอออกมาจากช่วงหุบเขาระยะ 7กม. ที่หนักที่สุด มันลงอย่างเดียว จนถึงป้อมด้านล่าง ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเดียว อ๊ะๆ เร็วนะ เสียดายเเทนเลย

ตอนเข็นขึ้นลูกที่ชันที่สุดน่าจะเป็นปู่มันแหละ ตะคริวล็อคต้นขาต้องหยุดนวดยาขยับแทบไม่ได้ รู้สึกกังวลใจ ตอนนั้นพี่เขมล่วงหน้าไปแล้ว ใจก็คิดว่าจะให้พี่เขมไปก่อนไม่ต้องรอ ไปยาวๆเลย ผมช้าเเน่เเน่เพราะตะคริวมาแล้ว

ระหว่างที่ออกมาตรงป้ายอุทยานขุนตานมีก๊อกน้ำผมเอารดตัวจนตัวเย็น ตรงนี้เองที่เจอกับ อนนท์ คนพัทลุง มาอยู่สระบุรี ชวนเอาน้ำรดตัว คุยๆๆกันว่าจะไปด้วยกัน เพราะดูนักปั่นจะเหลือน้อย ไหลลงเขามาจนถึงทางออกอุทยานพี่เขมรออยู่

ไปต่อเลยไม่ได้จอด พี่เขมตามมาผมคุยกับพี่เขมว่าผมจะยกนะ ให้พี่เขมไปกับอนนท์ พักนึงอนนท์หาย ท่าทางจะเร็วเกิ้น ผมก็ปั่นต่อมาเรื่อยๆ ใจจริงไม่คิดจะยกหรอกกะว่าให้พี่เขมไม่ต้องรอ

เรารู้สึกว่าเราช้าเป็นตัวถ่วง กะว่าจะไปเรื่อยๆ ไม่ได้ถอดใจ เพราะถ้ายกก็คงยกข้างบนขุนตานไปแล้วนั่งรถไฟกลับสบายกว่าจะลงมาให้กลับลำบากยากเย็นเพื่อ???

ปั่นมาเรื่อยไต่เนินโรลลิ่งไปเรื่อย เอ้าๆๆยางแตกยางล้อหน้าแตก อีก 7กม.ถึงห้างฉัตร พี่เขมหลุดไปแระ เปลี่ยนยางเสร็จรีบออก พี่เขมโทรมารออยู่ 7/11 เจออนนท์อยู่นี่เดี๋ยวไปด้วยกัน ผมเลยรีบไป เติมน้ำเสบียงออกเลย อนนท์ช่วยลากสลับกับพี่เขม 25-27 ความเร็วเท่านี้พอนะ ลมก็ไม่เบาให้เลยแรงอะไรนักหนาค่ำแล้วนะ แต่ตะคริวไม่มาแล้วขามีตึงๆบ้างนิดหน่อย

มาถึงช่วงเลยพระธาตุจอมปิงเป็นป่าๆไม่มีบ้านคน อนนท์ พี่เขม ผม ห่างกันประมาณ 100เมตร มีคนโผเข้าใส่แบบจะจับตัวรถอนนท์กับพี่เขม ไม่รู้คนบ้าหรือคนเมา ผมมองเห็นแต่ไกล ก็เลยอัดเต็มที่ โชคดีที่ถนนมันกว้างเบี่ยงหลบไปได้ คนที่โผมาตะโกนด้วย โอ้ยอดยอดยอดโอ้ยอดยอดยอด เขาเป็นใครกันรัศมี 3 กม.ไม่มีบ้านคนแน่ๆ

ปั่นมากันเรื่อยๆใกล้จะถึงเขาที่เป็นป่าช้าแระ ใช่มั้ย?? เพราะเมื่อตอนกลางวันที่ผ่านทางนี้เห็นเครื่องไหว้เต็มไปหมด ตลอด 2 ข้างทาง มีต้นไม้เป็นกำๆแบบคล้ายพิธีกรรมอะไรสักอย่าง เยอะอะบนเขา

(กลับมาถามเพื่อนที่บ้านเพื่อนบอกว่ามีคนตายเรียกวิญญานกลับบ้าน)

แล้วเป็น 10-20 คืออะไร หมายถึงเอาศพมาทิ้งเหรอ???? เพราะพื้นที่ไม่น่ามีรถมาชนกันตายนะ ตอนกลางวันปั่นมาแทบไม่มีรถเลย ก็เลยบอกกับบัดดี้ว่าหันมามองข้างหลังบ้างนะเผื่อยางแตกตะคริวมาบนเขาอะ 555++

ไม่นานก็ออกถนนใหญ่สายเอเซีย พักศาลา พักนึงหมอโรสมากับบัดดี้ก็เลยเกาะไปด้วยกัน 5คัน ปั่นกันบนสายเอเซียยาวๆ ผมหลุด ปั่นเร็วกันมากๆ อนนท์ติดไปกับกลุ่มหมอแระ พี่เขมรอผม ก็ปั่นกันไปห่างๆ มุ่งหน้า เถิน ชุดหน้าจอดพัก มาทันกันพอดี ผมจอดปุ๊ปนอนเลย พักเดี๊ยรถกู้ภัยจะมาเก็บ มาถามว่าเป็นอะไร 55++ ก็เล่นนอนซะขนาดนั้น ก็เลยลุกไปต่อ

พักเดียวหลุดอีกแล้วเหลือผมกับพี่เขมไปกันเรื่อยๆละทีนี้ไม่นานก็ถึง เถิน จากนี้จะมีเขาอีกลูกดูในกราฟไต่ยาวๆนะ เวลาก็เริ่มน้อยลง
ปั่นกันไปมุ่งหน้าพระธาตุดอยแก้วจุดนอนที่ 2 ที่นี่จอง

โรงแรมไว้กะว่าจะนอนให้อิ่มเลย แผนเดิมคาดการจะถึง 4ทุ่มครึ่งแต่ตอนนี้เที่ยงคืนแล้วนะยังไม่ถึงเลย ต้องไต่เขาเข้าไปอีก เรียกว่าเขาเซอไพรท์เลย มันไต่ไม่หมดซักที ไม่ชันมากแต่ขึ้นลงยาวหลายช่วงเลย เหนื่อย ไต่ไปไต่ไปมันไม่หมดซะทีหนีตายอีกแล้วรึกรู เฮ้อ….ถึงยอดซะทีลงยาวๆหลาย กม.เลยทีนี้

ถึงแล้วโว้ยยยยยยยย โคตรดีใจเลย 55++ เข้ามา 1.14น. เวลาปิด 1.45น. หิวมาก มีมาม่า กินเรียบร้อยอาบน้ำเปลี่ยนชุด เอาเสบียงในดร๊อปเเบ๊ก แล้วไปโรงแรมที่จองไว้ ชวนอนนท์ไปนอนด้วยกัน โรงแรมที่จองไว้มีที่เดียวในตำบลทางเข้าก็ไม่น่าเข้าเลยยังสงสัยจะมีคนมาเที่ยวที่นี้เหรอ ต้องขอบคุณบัดดี้พี่ เขมชาติ หาจองโรงแรมได้ นอนๆๆๆๆสวรรค์ชัดๆ

(อ๊ะอ๊ะอย่าๆๆอย่าได้คิด ผมจ่ายเงินจองห้องสำหรับปีหน้าไปเเล้วเหมาหมดเลย 4 ห้อง มีเเค่ 4ห้องเท่านั้น) อยากนอนโรงเเรมปีหน้าต้องลากผมไปด้วยนะ ยางเเตกต้องเปลี่ยนให้ด้วยนะ เลี้ยงข้าวด้วย ต้องดูเเลผมเป็นพิเศษหน่อย ไม่งั้นนอนวัดยุงกัดนะ 5555++


15/7/62 เราจะออกสตาร์ท 7 โมงเช้านะ ปั่นแบบ 400 ปกติ เหลือแค่ 385กม. เอง ไม่น่าจะยากเย็นอะไรแล้ว ช่วงแสนสาหัสมันได้ผ่านไปแล้ว ตื่น 6 โมงเช้า เช้าวันใหม่สดใสน่าดู บ่นกันเรื่องก้นระบมนิดหน่อย 55++ มุ่งสู่สุโขทัยเส้นทางเนินโรลลิ่ง ต้นไม้เยอะร่มรื่น ปั่นไปเรื่อยๆไม่เร่งรีบ ดูเหมือนไม่มีอะไรสบายๆ


ก่อนถึงสุโขทัยมีเนินชันอยู่ลูกนึง ไต่ไม่มีปัญหา ตอนลงความเร็ว 50กว่าๆ ยางหน้าแตกกลางเนินโชคดีรถไม่สบัดไม่ส่ายค่อยๆหยุดรถ อนนท์กับพี่เขมไหลยาวไปแล้ว เปลี่ยนยางเสร็จรีบตามไป เพื่อนๆรอตรงป้ายยินดีต้อนรับเข้าสู่สุโขทัย ยางแตกครั้งที่ 3 แล้วนะ

เข้าสุโขทัยแดดร้อนมาก เป็นอีกวันที่แดดแรง เหมือนจะแรงกว่าสองวันที่แล้ว เรากำลังมุ่งหน้า บ้านด่านลานหอย มองไปเห็นไอร้อนจากถนนลอยขึ้นมา ร้อนมาก กว่าจะถึง 7/11 บ้านด่านลานหอย หยุดพักหลายครั้ง

ถึงตัวเมืองยังไม่เข้า 7/11 ผมกับพี่เขมชาติย้อนไปเข้าปั้ม ปตท. ล้างหน้าเข้าห้องน้ำกินข้าวที่นี่ ตอนนี้ อนนท์คงอยู่ที่ 7/11 ไม่ได้นัดกันไว้ด้วยซิ จัดการธุระเสร็จจะออกเดินทาง ไอร้อนมันพัดมาเป็นระลอกร้อนมาก จับจักรยานจะออก ยางแตกครับ ครั้งที่ 4 อะไรหว่า ไม่อยากให้ผมจบรึป่าวเนี่ย

เปลี่ยนยางรื้อออกหมดเลยหาต้นเหตุ มันโดนตำจากด้านล่าง มันมีแถบพลาสติกยับๆอยู่ไม่มั่นใจใช่สาเหตุแต่ลอกออกหมดเลย ระหว่างนั้นพี่เขมหลับเลย เพลียมาก พักนึงผมต้องเรียกให้พี่เขมช่วยใส่ เพราะนิ้วล็อคตะคริว ง้างแทบไม่ออกเจ็บมากเอายามาทาเค้าเตอเพน นวดๆรดน้ำดีขึ้น รีบออกเพราะต้องไปเก็บใบเสร็จที่ 7/11ด้วย

เก็บใบเสร็จเรียบร้อยตั้งท่าออกโอ้โอ้โอ้ เบาะหลุด อ้าวน็อตยึดขาดทำไงหว่าหาร้าน ได้ร้านมอไซต์เอาน็อตออกให้ ใส่น้อตใหม่เข้าไป โชคดีบนความโชคร้ายมั้ย?? ขาดในเมือง ถ้ากลางป่าละทำไงยื่นปั่นเหรอ???? เสียเวลาที่นี่ไป 2ชม. หมดเวลาร่ำไร ต้องหนีตายนะเนี่ย ตอนนี้อนนท์ล่วงหน้าไปแล้ว เพราะรอนานมากเรามามาซะที

ความรู้สึกว่าเราเป็นภาระหนักให้บัดดี้กลับมาอีกครั้ง เพราะเราเลย เสียเวลาเพราะเราทั้งทริปเลยเห้อ ตอนนี้ 15.14น. ต้องถึงพิจิตร 21.29น. 144กม. มีเวลา 6ชั่วโมงไม่ถึงครึ่ง กับ 2 คอนโทรนที่ต้องเก็บใบเสร็จ

ถ้าเวลาปกติไม่น่ามีปัญหาแต่ตอนนี้ปั่นมาเจ็ดร้อยกว่ากม.เเล้ว มันหนักเอาการ บวกกับแดดและลม ณ เวลานี้ ไม่รู้ว่าจะมีเนินอีกเท่าไร ถ้าเป็นนักปั่นขาเเรงเวลาเเค่นี้คงไม่เป็นปัญหาเเต่ผมไม่ใช่ขาเเรงนี่ซิ

เอาละเราจะแบ่งเป็น 2 ช่วง 72+72 มีคอนโทรนเป็นเป้าหมาย 72 กม.แรก 7/11 ต้องถึง 6 โมงเย็น เท่ากับเรามี 3ชม.รวมพัก ถ้าได้ความเร็ว 25 ตลอดจะทันแบบฉิวเฉียด บางช่วงมีลมบวกความล้าความเหนื่อย

แต่เนินน้อยลงแล้ว พยายามผลัดกันลากแต่ก็ทำได้ไม่ดีนัก ผมหลุดตลอดตามรอบพี่เขมไม่ทันเหนื่อย แต่ก็มาถึง เข้า 7/11ลานกระบือเปะเลย 18.01น. เติมพลัง เสียเวลาตรงนี้ไป 20นาที เท่ากับเราเหลือ 72กม.กับเวลา 3ชม.9นาที

ออกมาพักนึงเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ 1ชม. ต้องได้ 25กม.มีโอกาสต้องได้เยอะกว่า ต้องเผื่อเวลาถ้าเกิด cpพิจิตรอยู่ในเมืองเสียเวลาอีกเพราะรถเพราะไฟแดง อันนี้ไม่รู้ว่าอยู่ไหนคาดการจากที่เคยปั่นมาเพราะตัวจังหวัดมักจะเข้าเมือง ปตท.พิจิตร ผ่านชม.แรกได้มาตามเป๋า เวลาได้เพิ่มมา 5นาที แวะเติมน้ำ

ระหว่างนั้นคุยกับพี่เขม ให้พี่เขมล่วงหน้าไปก่อน เพราะพี่เขมทำความเร็วได้ ตอนนี้ เหลือ 2 ชม.กับ 50โล ถ้าเข้าเมืองเวลาจะไม่พอ ตอนนี้เวลามันจะพอดีเกินไป เดี๋ยวผมหนีตายได้ เพราะตอนนี้ผมตามรอบขาพี่เขมไม่ทัน

ถ้าหนี้ตายผมจะมีแรงฮึดมีพลังพิเศษขึ้นมา พี่เขมบอกไม่เอาเดี๋ยวพี่น้องไม่ไป ผมบอกไปเถอะมาถึงตรงนี้จะไม่เอาได้ไง เชื่อซิผมทัน

(ถ้าไม่จบเพราะผมผมจะรู้สึกผิดไปอีกนานอย่างน้อยก็ปีนึงเเหละ จนกว่าจะได้มาแก้มือกันอีกครั้ง 55++)

ออกเดินทางพีเขมล่วงหน้าไปก่อน ผมก็ปั่นไปพยายามเร่ง เร่งความเร็วบางช่วงได้เร็วสุดก็แค่ 30 32 ส่วนใหญ่จะยืนได้เเค่ 28 มีผ่อนไป 23 บ้างเพราะเหนื่อย เหนื่อยล้ามากงัดพลังทั้งหมดออกมาเเล้ว ก็อกแปดแระ

โชคดีที่ทางมันลาดลงตรงเเน่ววว เข้าเมืองมากกว่าไต่ขึ้น ตอนนี้ปั่นตามเส้นกราฟ ใช้เกียร์ตามกราฟใน BIKE GPX

ตาเรามองมันลาดลง แต่กราฟจริงๆมันไต่นิดนึง ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง 25โลแรกผ่านไปเวลายังพอดี บวกไม่เยอะ ห่วงเรื่องเข้าเมืองอย่างเดียว และแล้วก็ถึง พิจิตร เข้าเมืองจริงๆ เจอ ปตท.เลี้ยวเข้าตอนนี้ 21.12น. เจอพี่เขม

พี่เขมบอกไม่ใช่ที่นี่ รีบออกตรงนี้โคตรระทึกเลยอัดไม่รอไม่ดูอะไรแระ มันอยู่ไหนๆๆๆๆๆๆ ปตท.ไม่ถึงซะที ไหนว่า 2 โล นี่กว่า แล้วนะ เวลาแทบไม่เหลือแล้วมั่ง ปั่นมาไกลไม่ถึงๆๆ มันเป็นโค้งยาวๆ แง้มดู ป้าย ปตท.ไม่โผล่เลยวุ้ย โอยยยยกว่าจะถึง 21.19 ปิด CPพิจิตร กันเลยทีเดียว ผม2คนสุดท้ายแล้วครับ

จ๊ะเอ๊อนนท์ อนนท์บอกมาถึงไม่นาน ออกมาจากลานหอยก่อนไม่เห็นมากันซักทีรอนานมาก ถูกแล้วถ้าเวลาไม่ได้ให้ออกเลย ผมขอนอน 1ชม. ออก 5ทุ่มแล้วกันนะ เหนื่อสุดๆฮาทเลทไม่ลงเลย เหมือนเลือดค้างที่หน้าหน้าร้อนผ่าววว ไม่กินกินไม่ลงขอนอนก่อน เข้านอนใน 7/11 นักปั่นยังอยู่กัน 20 คนได้ อนนท์บอกขออกก่อนนะกลัวไม่ทัน โอเคไปก่อนเลยผมไม่ไหวขอพักก่อน

นอนพักบนพื้น 7/11 ไม่หลับหรอกแค่พักสายตา นอนไปนอนมาทำไมมันหนาวมาก ใกล้ได้เวลาพอดี ลุกไปหาของกิน พักนึงพี่เขมก็ลุก กินอะไรเสร็จพร้อมออก ตอนนี้ 23.00น.ต้องถึงอุทัย 10โมงเช้า เรามี 11ชม. กับ 156 กม.ดูตามระยะเวลาเราชนะใสๆ 55++

แต่ Audax อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ อย่าประมาท ออกมากับพี่เขม 2 คนเคาะขามาเรื่อยถนนไม่ดีนัก ความเร็ว 20-22 เลียบริมน้ำมาเรื่อยพักนึง จ๊ะเอ๋อนนท์ มีป้าคนนึงกับเด็กยืนอยู่ด้วย ตะโกนถามไป เป็นไงไปๆๆ

อนนท์บอกแวะมาคุยกับญาติ ผมก็พูดสวัสดีกับญาติอนนท์ หวัดดีครับๆ 55++ อนนท์ปั่นตามมาบอกว่า ญาติที่ไหนอะผมยางแตกเขาเลยออกมาดู ยังจะมามุขอีก 55++ สรุปปั่นมาด้วยกันตลอดไม่เร็วมาก ถนนดีๆก็เร็วหน่อย ไม่ดีก็ 20พอ เริ่มง่วงแวะศาลา 10นาที

นอนยุงจะหามเอา ไม่นานถึง 7/11 เข้าไปนอนใน 7/11อีก ก็ยังเจอกับนักปั่นอยู่หลายคนแวะนอนแวะพัก ที่นี่เก็บใบเสร็จครั้งสุดท้ายแล้วก็เข้าเส้นชัยเลย แต่ความง่วงมันถาโถมเข้ามาตลอด แวะงีบศาลากันอีก ครั้งสองครั้ง

16/7/62 จนถึงชุมแสง ปั่นรอเวลาฟ้าสางมันจะฟื้นพลังขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนร่างกายมันรีเซ็ทพร้อมทำงานวันใหม่ เข้านครสวรรค์ก็ไม่ได้เร่งอะไรกันมากแล้ว เวลาเหลือๆ อนนท์ยางแตกอีกครั้งแต่เวลาถมเถเพียงแต่พอแดดขึ้นสูงมันส่องเข้ากกหูด้านซ้ายมันแสบ ๆ อิอิ Finish 8.54น. เป็นการเดินทางที่แสนยาวไกล

อุปสรรคเยอะมาก ยางแตก 4 ครั้ง เบาะพัง ตะคริว ไม่เหลือเวลาให้เดินเที่ยววัดเลย วัดแถวลำปางสวยๆ ครั้งหน้าต้องวางแผนเผื่อเที่ยวบ้างนะ เวลาน่าจะดีกว่านี้ รู้แล้วนี่ต้องเจอกับอะไร

สุดๆสนามนี้ผ่านมาได้ ต้องขอบคุณบัดดี้ เขมชาติ ฉิมฉลอง ขอบคุณ อนนท์ มิตรภาพใหม่ ว่างๆเราต้องได้สนุกกันอีกแน่ๆ (สนุกรึทรมาร) สักยภาพของ 2 คนนี้จบเเบบสบายๆได้เลย เสียเวลาเพราะผมเเท้ๆทั้งทริปเลย ต้องขอโทษด้วยมันเหนือการควบคุมจริงๆ

ขอบคุณเพื่อนนักปั่นระหว่างทาง ผู้จัด เทวดาเจ้าป่าเจ้าเขาผีสางนางไม้ และ ขอโทษหากล่วงเกินสิ่งใดไปด้วยกายวาจา ไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินใดๆทั้งสิ้น ผมแค่มาปั่นจักรยานทางไกลเพื่อเอาชนะตนเองเท่านั้น ขอขอบพระคุณครับ

ลงทะเบียน        282 คน
DNSไม่มาปั่น      11  คน
ออก Start          271 คน
DNF ปั่นไม่จบ   183 คน
Finish ปั่นจบ      88 คน

(ภูบ่สูงเเต่ว่าห้วยมันลึก ภูบ่ลึก เเต่ว่าขุนตานมันไกล ขุนตานบ่เล็กเเต่ว่าฟ้ามันใหญ่ จักรยานทางไกลพาใจเรามา) 
แปลงมาจาก”พงเทพ กระโดนชำนาญ”
ปล. น้องพันโล อิอิ

 

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : Audax 1000 BRM อุทัยธานี – ขุนตาน