Audax 200BRM โขงเจียม – ปากเซ

Audax 200BRM โขงเจียม – ปากเซ
รอยต่อแม่น้ำโขง+ไปรู้จักประเทศลาว
โขงเจียม-ช่องเม็ก-ปากเซ-ช่องเม็ก-โขงเจียม
ผู้จัด AUR | ออแด๊กซ์ อุบลราชธานี
ผู้ลงทะเบียน 404 ท่าน ปั่นจบ 169 ท่าน (หนีเที่ยวซะเยอะ)
ไต่รวม 1,447 m
เวลาออกตัว 05:00 Sat, 04 Aug 18
จุดออกตัว จุดชมวิวแม่น้ำสองสี อ.โขงเจียม

สำหรับผม สนามนี้ เป็นสนามที่ปั่นแล้ว ประทับใจมาก มีความสุขที่สุด ต้องขอขอบคุณทางผู้จัดที่ลากเส้นทางได้ยอดเยี่ยมผ่านธรรมชาติสวยงามผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ สวยงามเกินบรรยาย ดังคำกล่าวที่ว่า สมัคร 200 วิว 2 ล้าน แค่ผาแต้มก็เกินคุ้ม ผมใช้เวลาตรงนี้เกือบชั่วโมงครึ่ง ยืนอิ่มอยู่กับความงามบนผาแต้ม ทิวเขาฝั่งตรงข้ามคือ สปป.ลาว มีสายน้ำโขงลัดเลาะคดเคี้ยวมองไปสุดตา กั้นระหว่างกลาง เก็บภาพถ่ายมาเป็นกระบุง

แต่จุดไฮไลน์ที่ได้ชื่อว่าผาแต้มอยู่ด้านล่าง ลงไปเกือบ 500 เมตรถึงจะเจอ ภาพเขียนผนัง ที่มาของชื่อ ผาแต้ม หลายๆท่านพลาดไป ผมเองก็ชมภาพเขียนผนังได้แค่ 2 ชุด เท่านั้นเอง กลัวไม่ทันเวลา ถ้าชมทั้งหมดต้องเดิน เกือบ 4 กิโลเมตร ไม่ต้องปั่นกันแล้วแหละครับ มีโอกาสต้องมาเที่ยวอีก เชื่อว่าหลายๆท่านที่ร่วมเดินทางใช้เวลาตรงผาแต้มนานมากๆ แต่ก็คุ้มค่ามาก ถึงจะ DNF ก็ยอมด้วยใจ

สนามนี้ผมเดินทางไปกับคณะของน้าสิงห์ เพจ ปั่นแค่ไหว (ปั่นแค่ไหวหน้าใสกันทุกคน 55++) สมัครเป็น 2 คนสุดท้าย ผม กับพี่ สุพจน์ ทีแรกก็ลังเล เพราะออกทุกอาทิตย์เลย ตั้งแต่ 200ขุนด่าน อาทิตย์ถัดมาจะไป 300ป่าสัก แต่เปลี่ยนเป็นงานนครชัยบุรินทร์ ที่สุรินทร์แทน อาทิตย์ต่อมา 600 พัทยา-ตราด DNFมา เลยกลายเป็นทริปปั่นเที่ยว 500กม.แทน

โขงเจียม – ปากเซ ถ้าผมไม่มาถือว่าพลาดมหัน เดินทางจาก กทม.บ่าย 3 วันศุกร์ที่ 3 สค.2561 33ท่านบนรถบัส 2 ชั้น มีถุงกระเป๋าสำหรับใส่จักรยานอย่างดี ออกเดินทางแวะพักกินข้าว เจอเพื่อนๆพี่ ๆทีมบ้านบางบัวทอง BBCC ขาประจำ เฮียเหรียญ พี่สมคิด เอก จุดหมายปลายทางเดียวกัน พักที่เดียวกันอีกด้วย ถึงโขงเจียมตี 2 ครึ่ง เวลาปล่อยตัวคือตี 5 จัดสัมภาระเช็คอุปกรณ์จักรยาน เตรียมตัวไปยังจุดสตาร์ท ลงทะเบียนเสร็จ

ตี 5 เปะปล่อยเลย ผมเกาะไปกับชุดแรกๆ 5-6 คนแรก ความเร็ว 32-35 มุ่งหน้าผาแต้ม โชคดีมากอากาศไม่ร้อน สบายๆ Control Polnt จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ผาแต้ม เสียดายฟ้าปิดมองไม่เห็นพระอาทิตย์มีเมฆฝนก้อนใหญ่ ใช้เวลาตรงนี้จนหมด ถ่ายรูปกับพี่ๆเพื่อนๆหลายๆท่าน ส่วนใหญ่ก็เจอกันเรื่อยครับ พี่โหน่ง ศรีขรภูมิ พี่แฟร้งค์ พี่ตี๋ เฮียเหรียญ พี่คิด พี่เกราะ ตั้มสุรินทร์ ทีมผู้จัด พี่มด พี่นก พี่ชัย และอีกหลายๆท่าน แค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวไม่ทันเช็คพ้อย ต้องหนีตายกันแล้วแหละ 55++

Control Polnt ต่อไปเขื่อนปากมูล ปั่นข้ามมาก็เจอ Control Polnt พักขาเติมน้ำ ถ่ายรูปพอประมาณ อิอิ พี่สุพจน์โดนตะคริวเข้าแล้ว ไม่ค่อยได้ซ้อมเนิน ทางยาว เอาน้ำเย็นราดขา ทุเลาลงก็เดินทางต่อ ยังต้องลุยอีกหลายลูก ในใจก็กังวล แกจะไหวหรือป่าว เจอพี่โหนงที่นี่ ปั่นไปไต่เนินน้อยๆกันไป คุยกันไป มุ่งหน้า วัดภูพร้าว เช็คพ้อยที่ 1 กม.ที่ 64

  

ปั่นกันมาเรื่อยๆ เนินก็เริ่มลูกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีเนิน โรลลิ่งสลับกันไป มีเนินตัววี ชันเอาเรื่องอยู่ ติดๆกัน ก่อนจะถึงวัดภูพร้าว 2กิโล เริ่มเห็นคนจูงกันแล้ว ค่อนข้างชันเอาเรื่องเลยครับ มีคำว่า ภู เนอะ ไต่กันมาเรื่อยก็เข้าวัดไป เช็คพ้อยด้วยเวลา 9.07น. เวลากำหนดคือ 9.16น.แบบนี้เรียกอะไร??? หนีตายแต่เช้าเลยวุ้ย ที่นี่มีข้าวผัด ไข่เจียว หิวมากๆ จัดซะ อิ้มท้อง เสร็จไปถ่ายรูป วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือวัดภูพร้าว วัดเรื่องแสง ต้องมาตอนกลางคืนถึงจะเห็นเรืองแสง เสริตหาดูเอาเองนะครับ ไปหนีตายก่อนล่ะ ออกมากับพี่สุพจน์ มุ่งหน้าจุดผ่านแดนช่องเม็ก

Passport สะดวกสุด ครับ ยื่นประทับตราเข้าได้เลย เจอกับน้าสิงห์ น้าปอร์ ล้อเล็ก ถ่ายรูปกับป้ายผ่านแดน รีบๆแล้วไปต่อเวลามันบีบ อ้าวต้องแวะจุดจ่ายเงินอีกจุด 100บาท ค่าผ่านแดน ชำระเสร็จก็ซัดกันยาวๆ ขับขวานะค๊าบบบบบ งงนิดหน่อยเมื่อยามรถสวนรถแซง ออกมาซัก 4 กม. เจอร้านยา อยากซื้อเกลือแร่ น้ำก็หมด กระป๋องน้ำกระบอกใหญ่ ตามปริมาณเกลือแร่ ใส่3 ซอง เทใส่เติมน้ำ คำแรกที่กินเข้าไปเกือบอ๊วก เกลือจริงๆ มีแร่หรือป่าวไม่รู้ อ่าน บ่ ออก ภาษาลาวล้วนๆ แต่ก็พอเดาๆได้มีคำว่าเกลือแร่ 555++ ไปต่อ กลุ่มทิ้งหายไปไกลแระพี่สุพจน์ติดไปกับกลุ่ม ผมซัดตาม 30++ พักใหญ่ กลุ่มหายพี่สุพจน์ห้อยอยู่ลำเดียว ตะคริวคิดถึงจึงมาหาแกอีกครั้ง ชวนแวะร้านน้ำ ระยะทางเหลืออีก 10กม. เวลาพอมี แต่ก็ห่วงเรื่องเนินไม่รู้ว่าข้างหน้าต้องเจอกับอะไร ต้องขึ้นวัดพูสะเหลา เขาว่ากันว่าชันที่สุดในสนามนี้

พร้อมแล้วไปต่อไม่นานนัก ก็เห็นองค์พระแต่ไกล ไอหย๋าต้องปั่นขึ้นไปบนนั้นหรือป่าวหว่าหวั่นใจเล็กๆ พอถึงตีนเขาทางขึ้น ใช่จริงๆด้วย ปากทางเข้านักปั่นเต็มไปหมด ทั้งขึ้นไปแล้ว และกำลังจะขึ้น เจอน้าสิงห์หันมาถามว่าพี่ขึ้นไปยัง ผมบอกยัง ไปๆ เหลือเวลาแค่ประมาณ 25 นาที ก็เลยซัดกันไป เริ่มไต่ ชันจริงๆ ช่วงต้องไต่ขึ้นไปประมาณ 1.5กม เหนื่อยมาก HR ไม่ต้องถาม ไม่ได้ใส่ พยายามจะให้เท้าไม่แตะพื้น ที่สุดก็ทำได้ ไต่ขึ้นสำเร็จ

เส้นตายที่ 12.44น. ผมเข้า 12.32น. ขึ้นมาเจอวิว โคตรคุ้มที่ได้ขึ้นมา งดงามสวยงามหายเหนื่อย เดินลงไปตรงระเบียงหน้าองค์พระ เห็นสายน้ำโขงที่กว้างใหญ่มาก ทอดยาวคดเคี้ยว กั้นระหว่างเมืองปากเซกับฝั่งนี้วัดพูสะเหลา จุดนี้เห็นเมืองปากเซได้ทั้งเมือง มีสะพานยาวเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำโขงไปยังเมืองปากเซ เดี๋ยวเราก็ต้องปั่นข้ามสะพานนี้ไปเข้าเมืองปากเซ เพื่อไปตามหา Secret Point อีกเช่นเคย อยู่จนปิดจุดเช็คพ้อยเหมือนไม่อยากกลับ 55++ จะรอดมั้ยเนี่ย

!!!!! ลงจากพูสะเหลา ค่อนข้างอันตราย ควรระวัง ตรงกลาง เส้นแบ่งเลนถนน เป็นร่องลึก บางจุดมีต่างระดับ มีล้มกันด้วย ท่านที่จะไปปั่นปีต่อๆไป ระวังกันด้วยนะครับ ชัน บางจุดควรจูงลงนะครับอย่าฝืน ไม่จบไม่ทันเวลาก็แสนคุ้มครับ ช่างมันเถอะ DNF เอาปลอดภัยไว้ก่อนพลาดแล้วเจ็บ (แต่ต้องขึ้นมานะ ไม่งั้นบอกคำเดียว พลาด)

ลงมาก็ปั่นข้ามแม่น้ำโขง วิวสวยงาม แม่น้ำแสนกว้างใหญ่ ภูเขียวสูงสบายตา ปั่นเข้าเมือง ท่องอยู่เสมอ ชิดขวา เราต้องชิดฟุตบาทนะ อิอิ ปั่นผ่านเมืองมาพักนึงก็เจอ พี่มด นั่งอยู่ ใช่ที่นี่แน่แล้ว ประทับตราแล้วเดินทางต่อ ออกมากับพี่พจน์ ตะคริวแกก็ไปๆมาๆ แต่ก็ไม่น่าห่วงแล้วแกขึ้นพูสะเหลาได้ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
ปั่นกลับตามเส้นทาง ตอนนี้เราอยู่ปากเซ เลาะริมโขงเพื่อจะไปข้ามสะพานกลับไป มองข้ามแม่น้ำโขงไปอีกฝั่งก็จะเห็นองค์พระบนภูสะเหลา ที่ที่เราไต่ขึ้นไปจากอีกมุม อีกฝั่ง งดงาม ขอบคุณครับที่วางเส้นทางได้ยอดเยี่ยม ได้ปั่น ได้ไต่ ได้ธรรมชาติที่สวยงาม สุขใจครับสนามนี้

ข้ามแม่น้ำโขงข้ามสะพานกลับ มุ่งหน้าช่องเม็ก ระยะนี้เป็นระยะทรมารของสนามนี้ครับ ร่วมๆ 50กม. ลมแรง และ พระอาทิตย์กำลังลงส่องหน้าเต็มๆ ต้องบอกว่า เอาขาสู้เนิน เอาตัวสู้ลม เอาหลังสู้ฟ้า เอาหน้าสู้แดด ความเร็วที่ได้ 20 บวก ลบ กันเลยทีเดียว ต้นไม้ 2 ข้างทางไม่มีเลย แวะร้านค้าเติมน้ำ 1 ครั้ง ถึงด่านก็ เข้าไทยขั้นตอนเหมือนเดิม จุดเช้คพ้อย ปากทางเข้า ตม.ไทย เวลาปิดจุดเช็คพ้อย 16.48น. เข้ามา 16.35น. อิอิ ตลอด
พอเข้าฝั่งไทย ถึงได้รับรู้ว่าถนนบ้านเราต้นไม้เยอะแยะ ร่มรื่นมากมาย 55++ มุ่งหน้าโขงเจียมจุด Finisher ต้องจบ 16.30น. ไม่ได้เร่งมากแล้วเวลาเหลือสบายๆ กลับทับเส้นเดิม ไต่เนินตัววีกันไป ซึมซับเสพอากาศธรรมชาติกันไป เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องไปเสพควันรถใน กทม. กันต่อ
เข้า Finisher 18.08 นาที เวลาเหลือๆ นั่งคุยถ่ายรูป กับพี่ๆเพื่อนๆ เจอกันรู้จักกันกันก็เพราะชอบใน Audax เหมือนกัน ขอบคุณ น้าสิงห์ ปั่นแค่ไหว และ ทุกๆท่าน ที่ได้มีโอกาสรวมทริปกัน สนุกครับ เข้าที่พัก อารยารีสอร์ทโขงเจียมริเวอร์ไซต์ ยังลงสระเล่นน้ำกันต่ออีก 555++ เช้าตอนเดินทางกลับยังได้แวะเที่ยว จุดชมวิววัดถ้ำคูหาสวรรค์ และ น้ำตกถ้ำเหวสินธุ์ชัย เป็นของแถมสนุกเฮฮากันไปมีโอกาสจะขอร่วมทริปอีกครับผม ขอบคุณทุกท่านครับ

 

ปล.ปีหน้าผมขอ DNF หลังจากขึ้นพูสะเหลาแล้วนะจ๊ะ ขอปั่นไม่จบดีกว่าเมื่อเห็นพี่ๆเพื่อนๆโพสรูปเข้าห้องไลน์กลุ่มปั่นแค่ไหว 200ปากเซ ไปเที่ยวน้ำตกกันมา แสนเสียดาย น้ำตกสวยงามอลังการมาก ถ้าทริปนี้ได้ไปน้ำตกนี่ด้วยนะ สมบูรณ์แบบ เหนือคำบรรยาย พลาดแล้วที่ปั่นจบ 555+++

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : Audax 200BRM โขงเจียม – ปากเซ