Audax 600 BRM 2018 สุรินทร์ถิ่งช้างใหญ่ อีสานใต้

วันที่ 26 พฤษภาคม 2561
ชนะตัวเองได้อีกหนึ่งสนามกับ  600 BRM สุรินทร์ถิ่งช้างใหญ่ อีสานใต้

ขอลงบันทึกไว้ตามอ่านเพื่อเตือนความจำ อนาคตเผื่อตอนที่ปั่นเก่งแล้ว อาจจะลืมความรู้สึกตอนเริ่มต้นไปว่ามันตื่นเต้นมันท้าทาย เจอเนินเจอเขาเส้นทางใหม่ๆ มันเร้าใจ มันต้องลุ้น ต้องหนีตาย เจอคนโน้นคนนี้คนนั้นรู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างมากมายเข้ามาแล้วจากไป ไม่เขาทิ้งเราก็เราทิ้งเขา ไม่มีใครอยู่หรือไปกับเราจนจบเส้นทาง มันคือเสน่อีกอย่างนึงของการปั่น Audax คนเดียว  เรื่องเล่ามันจะยาวๆหน่อยครับมันตั้ง 608 กิโลเมตร 555++

 

ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประทานชมรมจักรยานสุรินทร์ ท่านชาญศักดิ์  พรมบุตร (พี่ไมค์)  และ ท่าน โอ ประทานAudax สุรินทร์  รวมถึงชมรมจักรยานสุรินทร์ กรรมการสตาฟทีมงานทุกท่าน  สั่งงานมา แร็คจักรยาน  THAI RACK ติดตั้งใช้งาน ทำรถเซอวิส ใช้ในชมรมจักรยานสุรินทร์  สุรินทร์ตื่นตัวตั้งใจให้ความสำคัญมากๆ กับเรื่องการปั่นจักรยาน  มีกิจกรรมส่งเสริมการปั่นจักรยานอยู่ตลอดเวลา  สุรินทร์ อบอุ่นดีครับ ปีหน้าขอไปเก็บ SR กับสุรินทร์ทั้ง 4 สนามครับ หลงรักสุรินทร์ แล้วครับ

และเรื่องที่พักต้องขอขอบคุณพี่ ไมค์ที่แนะนำที่พักดีๆให้ครับ และต้องขอขอบคุณทางเฮียเอ แทนบ้านแมนชั่น สะดวกสะบายสะอาดให้ห้าดาวเลยครับ มีราคาพิเศษสำหรับนักปั่นด้วย อนาคตอันใกล้จะทำล็อคเก้อให้สำหรับใส่จักรยานไว้ให้ด้วย และหากท่านไดสนใจจะตั้งแค้มปิ้งกางเต๊นนอนตรงสนามหน้าตึกก็ทำได้เลย ยอดเยี่ยมที่สุด ขอบคุณครับ

 สนามนี้ถือว่ายากที่สุดแล้วสำหรับผมที่เคยปั่นมา ไต่รวม 2700 ยากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อคืนก่อนปล่อยตัว ทำงานเสร็จตอนเกือบเที่ยงคืน ห้าทุ่มกว่าก็ยังไม่ได้เช็คอินเข้าที่พัก ยังไม่รู้เลยว่าที่พักอยู่ตรงไหน ( แทนบ้านแมนชั่น ) ของก็ยังไม่ได้จัด สารพัดกระเป๋าติดจักรยาน  เวลาปล่อยตัวคือ  6 โมงเช้า กว่าจะทำอะไรเสร็จ เหลือเวลานอนแค่ 3ชม.ตื่นๆหลับๆ  ได้เวลาต้องไปแล้ว

ลงมาเจอพี่เบญ พี่เบญช่วยติดกระเป๋าท้ายให้ (ขอบคุณครับติดไม่เป็น) ปั่นจากที่พักไปจุดปล่อยตัวศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ กิโลเดียว ขอถ่ายรูปกับพี่ๆเพื่อนๆ 2 3 รูป ได้เวลาปล่อยตัวพอดี ออกทีหลังเขาอีก ตั้งใจจะเกาะกลุ่มเฮียเหรียญ พี่สมคิดไป หันมาอีกทีหายแว็ปไปแระ ปั่นกันเร็ว ตามไม่ทัน ก็เลยปั่นไปตามรอบเรา


ออกมาพักนึงพี่โหน่ง ปั่นมาทัน ปั่นไปคุยไป ความเร็วราวๆ 25 28 ไม่นานก็เจอพี่แฟรงค์  ก็เลยปั่นไปด้วยกันพักนึง เนินซึมๆ แดดเริ่มมี ตะคริวเริ่มมามันมาเร็วจัง ด้านในขาทั้งสองข้าง เลยพักลงเดิน หลุดกลุ่ม ก็เลยปั่นเรื่อยๆไปคนดียว ความเร็ว 20 25 เร่งเป็นมา ตะคริว ก่อนเข้า CP1 41กม. หยุดไป 3-4 ครั้ง เก็บใบเสร็จรีบออก เราช้าแล้วต้องพักให้น้อยที่สุด

 

ปั่นมาเรื่อยเบาะก็หัก น้ำหนักเยอะไป อิอิ ก่อนเข้า CP2 เจอเฮียเหรียญกับพี่สมคิด ตามอยู่พักนึงไม่ไหวตะคริวมา ผมก็ยังคงแวะบ่อยๆ แดดเริ่มจะจัด เติมน้ำรดน้ำที่ขาอยู่เรื่อย เนินเริ่มมีตลอดทาง ค่อยๆลูกใหญ่ขึ้นยาวขึ้น  ขึ้นเยอะแต่ตอนลงรถไม่ค่อยไหล เข้า CP2 ไปได้ เจอเฮียเหรียญ พี่สมคิด น้องเอกรถเซอวิส เลยขอน้ำมันหยอดโซ่ มัน ฝืดและดังมาก พร้อมทั้งขอเบอร์โทรน้องเอกไว้ เพราะผมว่าผมไม่น่ารอด อาการร่อแร่มาก เบอร์สตาร์ฟแต่ละจุดก็เซฟไว้แล้วใกล้ใครเอาคนนั้นละวะ 55++

 

 

มุ่งหน้าสู่ปราสาทหินพิมาย  ผมแวะเรื่องตะคริวบ่อยมาก หยุดตรงซุ้มประตูยินดีต้อนรับเข้าสู่พิมายพักใหญ่ จนพี่แฟรงค์แซงไป พี่แก้วแวะพักเหมือนกัน ตะคริวมาเหมือนกัน ได้เวลาก็ชวนกันออกปั่น มาได้นึงพี่แก้วแวะเติมน้ำ ผมไม่จอดขอล่วงหน้าเข้าปราสาทหินพิมาย CP3 ไปก่อน  เจอเฮียเหรียญพี่สมคิดกำลังออกสวนมาพอดี เข้าไปถ่ายรูปจึกๆ ๆ 2-3 รีบออก ได้ยินเสียงตะโกนเรียก กินก่อนๆ ข้างหน้าไม่มีอะไร เฮียเหรียญ พี่คิด พี่เบญ พี่เอ็กล้อโต พี่ชัยล้อโต นั่งเติมพลังกันอยู่ ก็เลยเอากะเขาด้วย

 

เสร็จสัพออกสตาร์ท ปั่นมาพักนึงต้องจอดอีกแระปัญหาตะคริวไม่ยอมจากไป  จอดเดิน หายแล้วไปต่อ ข้างหน้ามีเมฆฝน เอาซิตกแน่ ต้องการฝนมากเลยตอนนี้  ถนนมันคดเคี้ยว  อ้าวเมฆมาอยู่ด้านข้างซะงั้น ไม่เจอฝน ทำไงได้ปั่นต่อไป ปั่นมาพักนึงเจอลมด้านข้างแรงเอาเรื่อง แล้วก็มาเจอฝนจนได้ประมาณ 4 โมงเย็น  จอดใส่เสื้อกันฝนที่เตรียมมาออกปั่นต่อไป ฝนหนักใช้ได้ ตามศาลาแวะหลบฝนกันเยอะเลย ผมหยุดไม่ได้เสียเวลาไปเยอะ เราปั่นช้าหยุดเท่าที่จำเป็น ปั่นฝ่าฝนไป ฟ้าแรงมากต้องปิดโทรศัพท์ไว้ ถนนตัดทุ่งนา น่ากลัวครับฟ้าลงสนั่นหวันไหว ปั่นมาเรื่อย ฝนเบาลง สลับแรง จนเจอ หมู สุธาดา ปั่นไปคุยกันไป

 จนเข้า CP4 เจอน้องเอก  อ้าวเฮียเหรียญ ยังไม่ถึงเหรอผมถาม  เอกบอกอีก 9 กม. ผมแซงตอนไหนหว่า พอดีเจอรถท่านโอ ประธาน Audax สุรินทร์ กำลังเก็บ DNF 2 คัน ก็เลยช่วยเอาจักรยานขึ้นแร็ค กำลังผุกล้อ พี่เบญเข้ามาเห็นภาพผมนั่งอยู่บนรถสูบวิญญาณ เอ้ยๆๆน้องๆ ทำไมๆ 5555+++ ยังพี่ๆช่วยพี่ โอ เก็บรถครับ ผมยังไหวอยู่ ยังไม่ถึงเวลาครับพี่ อิอิ

นั่งพักนึง 2 หนุ่มก็เข้ามา สรุปยางแตกแวะปะอยู่ในปั๊ม  คุยกันแป๊ปนึงขอตัวออก ข้างหน้าคือทาง G 6 กม.  มาถึงปากทางเกือบค่ำ โพล้เพล้ดีทีเดียวเชียว ปั่นเข้าคนเดียว เป็นป่าๆ ทางดินแดงแบบโคลนๆ เบรกติด ล้อติด ระเบิดเถิดเทิง แสงอาทิตย์กำลังหมด ความมืดเข้ามาแทน เห็นถนนอยู่ไกลๆ อีกนิดเดียวแระ ถึงถนนแต่ขึ้นเนินค่อนข้างชัน มันดันมีหมา 2 ตัว ไล่จะงับขา สปริ้นขึ้นเนินใจจะขาด เกือบไปเลย เกือบไปจริงๆสภาพเละเทะมาก แม่เจ้า ชีวิตอนาถแท้ 

 

หลุดออกมาได้ เข้าถนนใหญ่ เส้นมุ่งหน้าหนองกี่ นางรอง เจอร้านก๋ยวเตี๋ยว จักรยานแวะกันที่นี่ เจ้าของร้านใจดีให้สายยางฉีดรถ ล้างขี้โคลนกันพอสังเคป เสร็จผมออกก่อนใคร ดูเวลามันจะหนีตายเข้าไปทุกที  แต่ก็ต้องแวะปั้มข้าศึกบุกมาเต็มที่เลย มาคนเดียวทำไงหว่าทิ้งจักรยานก็กลัวจะหาย เดินเข้ากาแฟอเมซอล น้องครับฝากจักรยานด้วยนะ เดี๋ยวผมมาสั่งกาแฟ ขอเข้าห้องน้ำแป๊ป  ออกมาเจอพี่ตูนย์ ไปครับพี่ ทักทาย ผมก็ปันออกมาก

มุ่งหน้า CP นางรอง ทางลงเนินยาวๆ สลับขึ้นบ้าง ฝนปรอยๆ ตะคริวหายไปแระ เริ่มทำความเร็วได้ ไมล์มองไม่เห็น น่าจะ 30++ ปั่นแซงพี่เอ็กล้อโต ทักทาย ไปครับพี่ พี่เอ็กตะโกนมาจะหลับในอ่ะ ไม่ไกลมากก็เข้า CP นางรอง เจอเฮียเหรียญ พี่คิด คงจะแซงผมตอนแวะปั๊มปลดทุข น้องเอกฉีดล้างโซ่ให้ หินดินทรายไม่รู้จะอธิบายยังไงเละเทะสึดสึด เติมน้ำสะเปียงออกเลย ตาต่อไปขึ้นเขาพนมรุ้ง

 ออกมาเจอลุงพวงติดไฟแดงอยู่ ลุงพวงแกอายุ 71 ปีแล้วครับ มองดูแกยังสดมาก ไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้าเลย ได้แต่ทึ่งครับ ปั่น 600 กิโลเมตร สุดท้ายแกปั่นจบก่อนผมอีก

ปากทางเข้าเส้นจะไปพนมรุ่ง  เจอพี่แฟรงค์ง่วงจังเลยวุ้ย กำลังนั่งเอนพักสายตา เลยแวะอัดกาแฟกระป๋องด้วยเลย ทำท่าจะนั่งเฮียเหรียญอัดหนีตายมา ตะโกนมาอ้าวๆๆๆไปๆๆสายแล้ว ผมคว้ารถอัดตามไปจนทัน เฮียเหรียญจอดหอบแฮกๆ ยื่นท่าประจำเขาเลย ไม่ต้องถามท่าจะเหนื่อย ผมเลยแซง ตามกลุ่มพี่ชัยล้อโต แกมากัน 3 คัน จนถึงตีนเขาพนมรุ้ง เจอกับหมู สุธาดา ขึ้นพร้อมกัน  

ผมปั่นขึ้นไปได้ 20เมตร ไม่ไหวชันมาก ตะคริวเริ่มตอดขืนไปมีหวังไม่จบ รอไร เข็นซิครับ หมูเข็นตามมา  ขึ้น 2 โล ลง 2 โล พี่ชัยล้อโตปั่นขึ้นเฉยๆเลย ได้แต่เข็นตามแกไปลิบๆ จนถึงยอดเขาเช็คพ้อย ตอนลงก็ชันมีโค้งค่อนข้างอันตราย ผมลงมาคนเดียว มันเงียบได้ใจหว่ามืด สงัด ลมเย็นๆผ่านท้ายทอย สยิวอยู่นะ มืดไม่มีไฟทาง มีแต่ไฟฉายเรา พักนึงกู้ภัยขี่มอไซต์มาประกบส่องทางให้คงเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย จนถึงข้างล่าง

จุดนี้ต้องขอขอบพระคุณทีมงานสตาฟกู้ภัยมากๆครับ ดูแลนักปั่นทั้งตอนขึ้นและลง ขอบพระคุณครับ จากนั้นก็เดินทางต่อจุดหมายวัดบ้านกรวด มืดมากทางเปลี่ยวป่าๆ ไม่มีใครเลย ลงเนินซัดอย่างไว จ้วงอย่างเดียว ความเร็วน่าจะ 40ได้ เติมบ้างลงเนิน เห็นไฟท้ายข้างหน้าแว๊บๆไกลๆไม่รู้ใคร  ไล่จนทัน เป็นพี่ชัยล้อโต หยุดพักพร้อมพี่เขา

ระยะทางที่เหลือ  17 กม. เหลือเวลาอีก 1 ชม. น่าจะชิวๆ ไม่เร่งมาก เข้าวัดบ้านกรวด ตี 2.20น.เฉียดๆ  มีข้าวไข่เจียว ซัดซะเต็มคราบหิวจัด ล้างหน้าล้างตา กรุ๊ฟที่เจอกันบ่อยๆปั่นโซนเดียวกันจะพักกันที่นี่ ตอนนี้ผมเปียกชื้นไปหมด เสื้อสำรองที่เตรียมมาอีกตัวสรุปเปียก เลยไม่เปลี่ยน ถอดเสื้อเอนหลัง พักสายตา ฝากน้องเอกถ้าหลับช่วยปลุกด้วย ขอครึ่งชั่วโมง

สรุปไม่ได้หลับ น้องเอกมาเรียกเตรียมตัวออก ว่าจะรอออกพร้อมเฮียเหรียญ พี่คิด ดูเวลาแล้วต้องหนีตายนะเนี่ย 70กม. ต้องถึงช่องจอมด้วยเวลา 3ชม.กว่าๆ  เลยออกมาก่อน พร้อมพี่แก้ว และ หมู สุธาดา ปั่นมาพักใหญ่ เฮียเหรียญ พี่คิด อัดแซง หมู อัดตาม ผมอัดไม่ไหว ตามห่างๆจนเขาหายกันไป ผมจอดเก็บเสื้อกันฝนเพราะเริ่มร้อน  อ้าวพี่ตูนย์แซงมา พี่แก้วตามมาทัน เข้าทาง G น่าจะราว 2กม. ลูกรั่งหลุมหินแข็ง ทางป่าเปลี่ยวๆ

ใช่จุดนี้ที่เขาร่ำลือกัน จุดยุทธศาตร์ สู้รบ ศพเป็นเบือ!!!   ปั่นมาพักใหญ่จนเจอร้านชำแวะอัดกาแฟกระป๋องเติมน้ำ พี่ตูนย์ออกก่อน ผมรอพี่แก้วเสร็จธุระเดินทาง คำนวนเวลา การปั่น  จะไม่รอดเอา เพราะเส้นทางไม่ธรรมดา เนินกินเวลา เวลาราวตี 5 เห็นคนกรีดยางแระ มีไฟคล้ายเรา ไฟส่องกบ น่าจะใช่ 55++  เลยเริ่มเร่งความเร็ว จนพี่แก้วหลุด

ปั่นหน้าตั้งมาโดดๆ เดี่ยวๆ ต้องทันๆๆ จนแซงพี่โหน่งอีกที พี่โหน่งตะโกนเอ้ยหนังคนละม้วนกับเมื่อวานเลยนะเนี่ย 555++ หนีตายครับพี่ กลัวไม่ทัน  ปั่นมาจนทันเฮียเหรียญ พี่คิด จ้วงตามกันไป จนเข้า CP ช่องจอม เจียงลูกชิ้นปลา ทันเวลาพอดี เส้นตาย 7.12น.  ขอบคุณข้าวต้มยามเช้าอร่อยมาก น้ำ ห้องน้ำจัดที่นอนไว้ให้นักปั่นอย่างดี น่าจะนอนสะบายมาก แต่ผมนอนไม่ได้ ต้องไปต่อ

  ออกมาดุ่มๆคนเดียวตอนเกือบ 8โมงเช้า แดดน่าจะแรงนะวันนี้  พี่โหน่งทักอยู่น้องน่าจะนอนซักครึ่ง ชม.นะ แกดูท่าผมจะอัดมาซะอิดโรยแน่ๆ  ไม่ดีกว่าครับพี่ กลัวไม่ทัน ระยะ 100กม.  กับ 6ชม. ดูเวลาเหลือๆนะ  แต่ไม่กล้าประมาท วัดไพรพัฒนาฯ (หลวงปู่สรวง) เลย เดินทางต่อ

เนินทั้งนั้น ลูกใหญ่ๆ  ขึ้น ลงรถไม่ค่อยไหล นี่อะไรกัน ขึ้นอีกแล้ว กลางแดด เริ่มจ้า หายใจเร็วขึ้น เริ่มแวะ พี่โหน่งแซงมาปั่นตามแกพักนึง ผมต้องพัก พี่ไปเลยๆ  ร้านค้าบ้านคนน้อยมาก  แล้วไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจออะไร เจอร้านน้ำเมื่อไรผมจะตุนตลอด ขนมต้องมีติดตัว มาเรื่อยๆแวะเรื่อยๆ จนถึงวัด ไม่ได้ดูเวลาด้วย

 เติมน้ำราดตัวกลัวตะคริวอย่างเดียว แต่มันไม่มาเลย ขนาดเนินไต่มาตลอด  เจอน้องเอกที่นี่ รอเฮียเหรียญ พี่คิด และมีจักรยาน 2คัน บนแร็คหลังรถ พี่แฟร้ง  พี่ตูนย์ โดนเอกสูบวิญญาณไปเรียบร้อย ผมไปต่อออกจากวัด ไต่เนินชันลูกแรก เริ่มหิว แวะร้านข้าว สั่งทันได กระเพราไก่ไข่ดาว ระหว่างรอ ซัดเฉาก๋วยไป 2 ขวด โอ้กระเพราๆๆๆ ทำไมมีหอมแดงเยอะจัง แต่ก็กินได้ไม่ได้แพ้หอมแดง 555++ แต่พอตักเข้าปากมันเค็มอนาถ กลืนไม่ลง เก็บตังเลยครับ ซื้อขนมถั่วติดตัวไป

โอ้ๆๆๆๆๆๆไม่คาดคิดขึ้นภูสิงห์ คือขึ้นเขาอะครับ ไต่ยาวๆไป ขึ้นแล้วขึ้นอีก อยู่บนเขาผมเริ่มคิดถึงผู้จัดแล้วล่ะครับ เริ่มจะรักเข้ากระดูก 555++ เข้าใจหาเส้นทางมาก ที่นี่มีแต่ขึ้น แต่ตรงบึงที่มีตอไม้เยอะๆสวยดีครับ มีเวลาน่าแวะพักมาก แต่เวลาผมไม่มีละซิ กว่าจะหลุดออกมาได้กินแรงและเวลาไปเยอะมาก

เหลือ 32โล กับ 1 ชม. ไม่รู้จะเจออีกกี่เนิน ช้าไม่ได้ใส่ไปหมดเท่าที่มี จนทันเก็บใบเสร็จ  เจอรถน้องเอกอีกที รอสองหนุ่มที่นี่ พี่แฟรงเดินมาให้กำลังใจ สู้สู้ เอายาเขียวอะไรอ่ะพี่??? ให้ผมป้ายจมูก บอกสดชื่นๆ 555++ ไปแระ เดี๋ยวโดนสูบวิญญาณ

 มุ่งหน้าขุขันธ์  ตะวันบ่ายแก่ๆ ฉายเดี่ยวอีกเช่นเคย ออกนอกเมืองมา ทุ่งนา 2 ข้างทาง เริ่มโรยรา หน้าแห้งๆแสบๆตาโบ๋ๆจะหลับ ปั่นช้าลง แต่ก็ขืนรอดเข้าคอนโทรนพ้อยไปได้  มีข้าวไข่เจียว 20 บาท หิวแต่กินไม่หมด เติมน้ำ ราดตัว แทบอาบเลยครับ เดินทางต่อ ปราสาทศีขรภูมิ  57โล กับ 3ชม. ไม่น่าเป็นปัญหากับสถาณะปกติ แต่

 ณ.ตอนนี้อดนอนมาตั้งแต่ ก่อนปล่อยตัวแล้วอ่ะนะ เท่ากับสองคืนสองวัน ไต่เนินมาซะขาพรุน  ตอนนี้  514 กม.แล้ว จะยอมแพ้ไม่ได้ต้องสู้ต่อ ว่าแล้วก็เดินทาง  ปั่นคนเดียวมันจะง่วงๆนะ ออกมาพักใหญ่เจอ 3 หนุ่มแซงมาด้วยความเร็ว 27 28 เอาละ ติดไปด้วยแก้ง่วง แต่ก็กังวล กลัวขาไม่ไหวผมล้าเต็มที

พักนึงก็ค่ำ ถึงตรงทางเข้าพังๆ ป่าทึบๆ มืดๆ หลุมยังกะโลกพระจันทร์ ตกไปหลายที ดีรถผมเหล็ก ล้ออลูแข็งหน่อย  เจอกันกับอีกกลุ่ม มากัน 3คน ปั่นเร็วกันไม่ได้  ล้อแตกแน่ ช่วงนี้กินเวลาไปโขเลย ตอนนี้ที่อยู่ด้วยกันห่างๆมี 2 กลุ่ม  กลุ่มละ 3 คน  แล้วผมกับพี่อีกคนไม่ได้ถามชื่อกันครับ ปั่นมาด้วยกัน  ไฟส่องกบผมสว่างที่สุด ส่องไกลมาก

ทุ่ม 20 นาที สายเข้า พี่เชฐโทรมาถามถึงไหน ด้วยความเป็นห่วงเพราะไม่เจอกันตาม CP เลย ผมช้ามากๆ ผมว่าน่าจะเหลือซัก 20โล อ้าวเร่งหน่อยๆเดียวไม่ทัน  เส้นตาย 2ทุ่ม 4 นาที วางสายเสร็จผมเลยเร่งเครื่อง ไล่ทัน กลุ่มหน้าสามหนุ่ม ชวนกันไปเดี๋ยวผมส่งไฟนำทาง ไฟทีมเขาสว่างน้อยหน่อย ก็อัดกันเต็มที่ ไม่รู้เอาแรงมาจากไหน จนเจอเขื่อน ปั่นเลาะสันเขื่อนไป เข้าเส้นถนนใหญ่ใส่กันหมดเปลือก เข้าขากันมาก สี่คัน  จนทันเช็คพ้อย

 

ถึงตรงนี้ค่อนข้างชัดว่าต้องจบแน่ๆๆ  แต่ก็ไม่ควรประมาท เกิดยางแตกก่อนเข้าซวยเลยนะเรา กินแตงโมน้ำท่าเสร็จ เหลือเวลาอีก ชั่วโมงครึ่งกับ 32 โล เข้าฟินิช  ก็ยังต้องหนีตายอยู่ดี ปั่นช้าไม่ทันการ ต้องยืน 28-30 ตะคริวตอดมาบ้าง อัดขึ้นเนิน หลุดกลุ่มกับสามพลังหนุ่ม แต่มาทันพี่โหน่งก่อนเข้า ทันพี่ชัยล้อโตตามหลังเข้าไปติดๆ  จบแล้วครับ ดีใจครับ ทำได้นะ  เหนื่อยมากขาล้า เจ็บก้น ขอบคุณ ที่ทนอ่านและอ่านทน ขอบพระคุณท่านที่โดนพาดพิง ขอบพระคุณผู้ร่วมชะตากรรมทุกท่าน ขอบพระคุณรูปภาพที่ลงในบทความ แจ้งขอบ้างไม่ได้แจ้งบ้าง  ขอบคุณครับ

ทิ้งท้าย เป็นสนามที่น่าปั่นอีกสนามครับ ผมอยากมาอีกนะ ปีนี้พลาดจุดสวยๆไปเยอะเพราะปั่นช้าเกิ้น ขึ้นๆๆๆๆ ลง  ขึ้นขึ้น เป็นสนามที่เหมาะกับการเพิ่มระดับความไต่ จากง่ายๆราบๆ เรียบๆ  มาเริ่มไต่เพิ่มความชันกันที่นี่แหละเหมาะมาก ก็ไม่ใช่ว่าจะชัน ยากจนเกินไป ถ้าเตรียมตัวดี มีความพร้อม นอนเพียงพอ ตุนสะเบียงอย่าได้ขาด ตุนให้พอกับเช็คพ้อยหน้า พักน้อยๆ ปั่นเยอะๆ จะได้ไม่ต้องหนีตาย ผมทำได้ท่านก็ทำได้ครับ ปีหน้าเจอกันครับ 600 BRM สุรินทร์ อีสานใต้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : Audax 600 BRM 2018 สุรินทร์ถิ่งช้างใหญ่ อีสานใต้